ทัวร์อินเดีย ชมเมืองธรรมศาลา

      ปิดความเห็น บน ทัวร์อินเดีย ชมเมืองธรรมศาลา

เมืองธรรมศาลา (Dharamshala) หรือแม็คลอร์ดกานจ์ (McLeodGanj) อยู่ในรัฐหิมาจัลประเทศ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของสาธารณรัฐอินเดีย มีอาณาเขตติดกับรัฐจัมมู และแคชเมียร์ รัฐอุตตราขัณฑ์ รัฐปัญจาบ รัฐหรยาณา รัฐอุตตรประเทศ โดยมีเขตแดนติดกับธิเบต เมืองเล็กๆ แห่งนี้ตั้งอยู่บนสันเขากลางป่าสน มองเห็นยอดเขาหิมาลัยขาวโพลนด้วยหิมะ ด้วยความสูงเฉลี่ยที่ 1,750 ถึง 2,000 เมตร มีอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี ซึ่งสถานที่นี้เป็นที่ประทับขององค์ดาไลลามะ ผู้นำทางจิตวิญญาณของชาวทิเบต ในปี 1959 ดาไลลามะองค์ที่ 14 ได้เดินทางลี้ภัยมายังประเทศอินเดียเนื่องจากปัญหาการเข้ามายึดครองดินแดนทิเบต ยวาล์หลาล เนห์รู นายกรัฐมนตรีของอินเดียในขณะนั้น หลังจากได้เอกราชจากอังกฤษได้จัดให้ที่นี่เป็นเขตปกครองเพื่อผู้ลี้ภัยชาวทิเบต ซึ่ง ณ ปัจจุบันนี้ก็ยังมีการอพยพมาอย่างต่อเนื่อง และยังกระจายออกไปในรัฐต่างๆ อีกหลายแสนคน

วัดนัมเกล (Namgyal Monastery)

ที่ประทับของทะไลลามะองค์ที่ 14 ศูนย์รวมจิตวิญญานของชาวทิเบต ที่นับถือพุทธศาสนาแบบวัชรญาณ ในทุกๆวันจะมีผู้ที่มีศรัทธา มากราบอัษฎางคประดิษฐ์อยู่หน้าพระอุโบสถ บ้างก็หมุนกงล้อเวียนทักษิณาวัตรอยู่โดยรอบ และสวดมนต์ และจะมีการจับกลุ่มสนทนาโต้วาทีธรรมเป็นการตั้งปริศนาธรรม รูปหนึ่งยืนถามโดยการปรบมือเสียงดังกระตุ้นให้อีกฝ่ายที่นั่งอยู่ตอบ เป็นการฝึกทบทวนพระธรรม

โบสถ์เซ็นจอห์น (Church of St John in the Wilderness)

เป็นโบสถ์คริสต์นิกาย Anglican ชาวอังกฤษสร้างอุทิศให้กับ นักบุญ John Baptist สร้างขึ้นในปี 1852 ตั้งอยู่ใกล้เมืองธรรมศาลา ประเทศอินเดีย สร้างขึ้นโดยสถาปัตยกรรมแบบ นีโอโกธิค หรีอ สถาปัตยกรรมวิกตอเรีย ตัวโบสถ์มีชื่อเสียงจากหน้าต่างกระจกสีจากเบลเยียม โดยได้รับบริจาคจากเลดี้เอลกิน (Mary Louisa Lambton) ซึ่งเป็นภรรยาของ Lord Elgin ตั้งอยู่ท่ามกลางป่า แม้ว่าโครงสร้างโบสถ์จะรอดพ้นจากเหตุแผ่นดินไหวที่ Kangra เมื่อ ปี ค.ศ. 1905 มาได้ แต่เหตุการณ์นั้นก็ได้คร่าชีวิตผู้คนไป 19,800 คน มีผู้บาดเจ็บหลายพันคนในพื้นที่ Kangra และได้ทำลายอาคารส่วนใหญ่แทบทั้งหมดของเมือง รวมถึงยอดโดม หอระฆังด้วย ต่อมาในปี ค.ศ. 1915 สร้างหอระฆังใหม่ โดยเมียร์สและสแตนแบงก์ถูกนำมาจากประเทศอังกฤษและติดตั้งภายนอกบริเวณโบสถ์ ในส่วนของลานโบสถ์นั้นเป็นที่ตั้งของสุสานอดีตข้าหลวงใหญ และเป็นสถานที่พำนักแห่งสุดท้ายของ Lord Elgin แห่งประเทศแคนาดา ผู้ซึ่งสั่งการทำลายพระราชวังฤดูร้อนพระราชวังหยวนหมิงหยวนในจีน และต่อมาในปี ค.ศ. 1861 ได้รับการแต่งตั้งเป็นอุปราชและข้าหลวงใหญ่แห่งอินเดีย ทว่า หลังจากนั้น 2 ปี ในค.ศ. 1863 ก็สิ้นชีวีตและถูกฝัง ณ โบสถ์แห่งนี้

สถาบันนอร์บูลิงกา (Norbulingka Institute)

เป็นสถาบันทิเบตศึกษา ตั้งชื่อตามพระราชวังฤดูร้อนของดาไลลามะในทิเบต นอร์บูลิงกา แปลว่า สวนแห่งอัญมณี ภายในสถาบันมีหลายส่วน ทั้งสำนักสงฆ์, พิพิธภัณฑ์, ร้านค้า, ห้องเรียน, โรงปฏิบัติงานศิลปะ ให้ท่านได้ชม งานศิลปะต่างๆของทิเบต อาทิเช่น งานปะติมากรรมโลหะ, งานแกะสลักไม้, งานเขียนภาพทังก้า และงานปักผ้าทังก้า “ทังก้า” ถือเป็นงานศิลป์ที่มีความสวยงามและเป้นเอกลักษณ์ของชาวทิเบต คือภาพวาด เปรียบเสมือนพระพุทธเจ้า ทังก้า จะเป็นการเขียนบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธองค์ เหมือนจิตรกรรมฝาผนังในประเทศไทย แต่เขียนลงบนผ้าแทน ชาวทิเบตไม่มีพระพุทธรูป แต่จะมีทังก้าเป็นตัวแทนพระพุทธเจ้า ที่สำคัญในการทำแบบโบราณดั้งเดิม สีที่ใช้เขียนเป็นสีธรรมชาติที่ต้องสรรหาแร่ธาตุ ตามเทือกเขาหิมาลัย นำมาบดผสมกับยางไม้ เขียนด้วยเกรียงเขาจามรี ส่วนสีทองก็จะใช้เนื้อทองคำแท้ น้ำที่ใช้ผสมสียังต้องใช้น้ำแร่ผสมกับสีธรรมชาติในการวาด ภาพเขียนแต่ละชิ้นใช้เวลานาน มีความประณีตและทนทาน สีและภาพที่เขียนจะมีความคมชัด สดใสยาวนานกว่าร้อยปีเลยทีเดียว